Google กำลังจะเปิดทางให้เจ้าของเว็บไซต์สามารถถอนคอนเทนต์ของตนออกจากฟีเจอร์ค้นหาแบบ generative AI อย่าง AI Overviews และ AI Mode ได้ ตามรายงานของ Android Authority อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณว่า Google จะพยายามโน้มน้าวไม่ให้ผู้เผยแพร่เลือกใช้ตัวเลือกนี้ ทำให้เจ้าของเว็บไซต์ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างการควบคุมคอนเทนต์กับโอกาสในการปรากฏบนผลลัพธ์ AI
คำสั่ง CMA อังกฤษคือจุดเริ่มต้นของกลไกนี้
ที่น่าจับตาคือ ระบบ opt-out ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของ Google โดยตรง แต่เป็นผลจากคำสั่งของ Competition and Markets Authority (CMA) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้กำหนดให้ Google มีสถานะ "Strategic Market Status" และออกคำสั่งผูกพันให้บริษัทต้องจัดเตรียมกลไกที่ให้ผู้เผยแพร่ปฏิเสธการนำคอนเทนต์ไปใช้ในระบบค้นหาแบบ generative AI ได้
Google ถูกกำหนดเวลาให้ปฏิบัติตามอย่างสมบูรณ์ภายใน 9 เดือน ระบบ opt-out ที่กำลังจะเปิดตัวจึงถือเป็นการตอบสนองต่อคำสั่งกำกับดูแลระดับโลกครั้งแรกในลักษณะนี้ และอาจกลายเป็นต้นแบบให้หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศอื่นออกมาตรการคล้ายกัน
รายละเอียดการควบคุมผ่าน Search Console
ตามรายงาน เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับเครื่องมือควบคุมใหม่ผ่าน Google Search Console โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- มีปุ่ม toggle ใหม่ใน Search Console สำหรับเลือกว่าจะให้คอนเทนต์ถูกใช้ในการสร้างคำตอบ AI หรือไม่
- เว็บไซต์ที่เลือก opt-out จะไม่ปรากฏและไม่ได้รับทราฟฟิกจาก AI Overviews, AI Mode รวมถึง AI Overviews ใน Discover
- ข้อมูลของเว็บไซต์จะไม่ถูกนำไปใช้ฝึก AI model เพิ่มเติม แต่ Gemini app ไม่ได้รวมอยู่ในขอบเขตการควบคุมนี้
- ในช่วงแรกจะทดสอบกับผู้เผยแพร่รายเล็กในสหราชอาณาจักรก่อน แล้วจึงขยายไปทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม Android Authority ตั้งข้อสังเกตในหัวข้อข่าวว่า "Google จะอนุญาตให้ opt-out แต่ก็พยายามโน้มน้าวไม่ให้เลือกทำ" สะท้อนว่าบริษัทอาจออกแบบ UX หรือสิ่งจูงใจบางอย่างเพื่อทำให้ผู้เผยแพร่ลังเลก่อนกดปิดการใช้งาน
ทำไมประเด็นนี้ถึงสำคัญต่อสำนักข่าวทั่วโลก
ปัญหาคือ AI Overviews และ AI Mode ทำให้ผู้ใช้ได้คำตอบจบในหน้าผลค้นหาโดยไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์ต้นทาง ส่งผลให้ทราฟฟิกของสำนักข่าวลดลงอย่างรวดเร็ว ข้อมูลจาก Chartbeat ระบุว่าในรอบ 1 ปีที่สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน 2025 ทราฟฟิกจาก Google Search ของสำนักข่าวทั่วโลกลดลงราว 1 ใน 3
ขณะที่คดีต่อต้านการผูกขาดที่ Penske Media ยื่นในปี 2026 เปิดเผยตัวเลขที่น่าตกใจว่า คำค้นที่มาพร้อม AI Overviews ทำให้คลิกไปยังเว็บไซต์ผู้เผยแพร่ลดลงถึง 58%
| ตัวชี้วัด | ตัวเลข |
|---|---|
| Zero-click rate ของ Google Search โดยรวม | 60% |
| Zero-click rate เมื่อแสดง AI Overviews | 80–83% |
| CTR ของ informational query (เช่น "What is") ที่ลดลง | 61% |
| ทราฟฟิก organic ของ Business Insider ที่ลดลง (เม.ย. 2022 – เม.ย. 2025) | 55% |
งานวิจัยจาก Reuters Institute for the Study of Journalism คาดว่าสำนักข่าวจะสูญเสียทราฟฟิกเฉลี่ย 43% ภายใน 3 ปี และ 1 ใน 5 ของสำนักข่าวคาดว่าจะสูญเสียมากกว่า 75%
การตัดสินใจที่เจ้าของเว็บไซต์ต้องชั่งน้ำหนัก
การเลือก opt-out จะปิดความเสี่ยงที่คอนเทนต์ของตนจะถูกย่อยใน AI response แต่ก็แลกมาด้วยการสูญเสียโอกาสการปรากฏในฟีเจอร์ค้นหาแบบใหม่ที่ผู้ใช้กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้ ส่วนผู้ที่เลือกไม่ opt-out ก็ต้องยอมรับว่าคอนเทนต์อาจถูกนำไปสร้างคำตอบที่ผู้ใช้อ่านจบโดยไม่คลิกกลับเข้าเว็บ
รายละเอียดสำคัญอย่างช่วงเวลาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ ภูมิภาคที่จะครอบคลุม และระดับการควบคุมที่ละเอียดกว่านี้ ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ผลกระทบต่อตลาดสื่อและผู้เผยแพร่ในไทย
สำหรับผู้เผยแพร่คอนเทนต์ในไทย ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าวออนไลน์ บล็อกเทคโนโลยี หรือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซที่พึ่งพา organic traffic จาก Google เรื่องนี้มีนัยสำคัญหลายด้าน แม้ระบบจะเริ่มทดสอบในสหราชอาณาจักรก่อน แต่หากมีการขยายไปทั่วโลกตามแผน ผู้ดูแลเว็บไทยจะต้องเริ่มวางกลยุทธ์ตั้งแต่ตอนนี้ว่าจะเลือกแลกทราฟฟิกกับการปกป้องคอนเทนต์อย่างไร
นอกจากนี้ ขณะที่ตลาดโฆษณาดิจิทัลในไทยพึ่งพา search traffic อย่างมีนัยสำคัญ การลดลงของ CTR ในระดับ 58–83% ตามตัวเลขสากลอาจกระทบโมเดลรายได้ของสื่อไทยได้เช่นกัน ผู้เผยแพร่ควรเริ่มกระจายช่องทางไปยัง newsletter, แอปพลิเคชันของตน, และโซเชียลมีเดียอย่าง LINE OFFICIAL ACCOUNT, Facebook และ TikTok เพื่อลดการพึ่งพา Google Search ก่อนที่กลไก opt-out จะมาถึงในประเทศไทย
