Google ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาคดีผูกขาดการค้นหาปี 2024 ต่อศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ เขต D.C. Circuit โดยยืนยันว่า Apple เลือกใช้ Google เป็นเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นบน Safari ด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่ชอบธรรม ขณะเดียวกันยังขอให้ศาลยกเว้น OpenAI และบริษัท AI รายอื่นออกจากมาตรการบังคับแบ่งปันข้อมูล — คดีนี้ส่งผลต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมการค้นหาและ AI ระดับโลก
Google ยืนยัน: ชนะด้วยคุณภาพ ไม่ใช่การผูกขาด
ในเอกสารอุทธรณ์ Google ระบุว่าความสำเร็จในตลาดการค้นหาเกิดจาก "การแข่งขันบนพื้นฐานของคุณภาพ" โดยอ้างว่าบริษัทไม่เคยกีดกันคู่แข่งอย่าง Apple หรือ Mozilla จากการเลือกผู้ให้บริการรายอื่น
Google ระบุในเอกสารว่าบริษัท "ไม่เคยกระทำการใดที่เป็นอันตรายต่อกระบวนการแข่งขัน" และยังโต้แย้งว่าแม้ไม่มีสัญญาดังกล่าว ก็ไม่มีหลักฐานว่าผู้ใช้จะหันไปใช้คู่แข่ง สำหรับกรณีของ Apple นั้น Google ชี้ว่า Safari อนุญาตให้ผู้ใช้เปลี่ยนเครื่องมือค้นหาได้อยู่แล้ว และที่ Apple เลือก Google เป็นค่าเริ่มต้นก็เป็นเพราะ "เหตุผลทางธุรกิจที่สมเหตุสมผล"
มูลค่าสัญญาระหว่าง Apple และ Google ที่เป็นหัวใจของคดีนี้อยู่ที่กว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ประมาณ 720,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นค่าตอบแทนที่ Google จ่ายเพื่อให้ได้ตำแหน่งเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นบน iPhone
ขอยกเว้น OpenAI และ Anthropic — จุดยืนที่ขัดแย้งกับ EU
ประเด็นที่น่าจับตาที่สุดในการอุทธรณ์ครั้งนี้คือการที่ Google ขอให้ศาลยกเว้นบริษัท AI เชิงสร้างสรรค์ เช่น OpenAI และ Anthropic ออกจากมาตรการบังคับแบ่งปันข้อมูลการค้นหา
Google อ้างว่าผลิตภัณฑ์ AI เหล่านี้ "ยังไม่มีอยู่ในช่วงเวลาที่ DoJ ยื่นฟ้อง" จึงไม่ควรได้รับประโยชน์จากมาตรการที่ออกแบบมาสำหรับคู่แข่งในตลาดการค้นหาแบบดั้งเดิม บริษัทยังระบุด้วยว่าบริษัท AI เหล่านี้ "ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นในประวัติศาสตร์เทคโนโลยี" จนไม่จำเป็นต้องพึ่งพาข้อมูลของ Google
ทว่าจุดยืนนี้ขัดแย้งโดยตรงกับทิศทางของสหภาพยุโรป ซึ่งกำลังดำเนินกระบวนการกำหนดมาตรฐานภายใต้ Digital Markets Act (DMA) มาตรา 6(11) โดยมีแนวโน้มจะรวม OpenAI และ Anthropic ไว้เป็นผู้มีสิทธิ์รับข้อมูลการค้นหาจาก Google ด้วย กำหนดเส้นตายของ EU คือ 27 กรกฎาคม 2026 หากไม่ปฏิบัติตาม Google อาจถูกปรับสูงสุดถึง 10% ของรายได้ทั่วโลกต่อปี
DOJ และรัฐต่างๆ ยื่นอุทธรณ์สวนทาง — เรียกร้องขายทิ้ง Chrome
การอุทธรณ์ครั้งนี้ไม่ได้มาจาก Google ฝ่ายเดียว กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) และหลายรัฐยื่น cross-appeal เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 เพื่อเรียกร้องมาตรการที่เข้มงวดกว่าเดิม โดยเฉพาะการบังคับขาย Chrome และการยุติสัญญาเริ่มต้นกับ Apple
| ฝ่าย | ข้อเรียกร้องหลัก |
|---|---|
| ยกเลิกมาตรการแบ่งปันข้อมูล, ยกเว้นบริษัท AI | |
| DOJ และรัฐต่างๆ | บังคับขาย Chrome, ยุติสัญญาเริ่มต้นกับ Apple |
คำสั่งของผู้พิพากษา Mehta ที่ออกในเดือนกันยายน 2025 ห้ามสัญญาผูกขาดด้านการค้นหา, Chrome, Google Assistant และการแจกจ่ายแอป Gemini แต่ไม่ได้สั่งให้ขาย Chrome ซึ่งเป็นจุดที่ DOJ ต้องการผลักดันต่อในชั้นอุทธรณ์
มาตรการแก้ไขมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 แต่เนื่องจากรายละเอียดการปฏิบัติยังไม่ได้รับการกำหนด คณะกรรมการเทคนิค 5 คนที่ศาลแต่งตั้งยังไม่ได้ระบุเงื่อนไขการออกใบอนุญาต มาตรการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว หรือนิยามของ "คู่แข่ง" — ทำให้ Google ยังไม่มีภาระผูกพันในการส่งมอบข้อมูลจริงในขณะนี้
กำหนดการและผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วโลก
การพิจารณาคดีชั้นอุทธรณ์ยังไม่มีกำหนดวันนัดฟังคำแถลงด้วยวาจา คาดว่าความคืบหน้าสำคัญจะเกิดขึ้นในช่วง ปลายปี 2026 ถึงต้นปี 2027 เป็นอย่างเร็ว
สำหรับผู้ใช้ iPhone ในระยะนี้ เครื่องมือค้นหาเริ่มต้นบน Safari ยังคงเป็น Google ตามเดิม ส่วนคำถามว่าข้อมูลการค้นหาจะถูกแบ่งปันให้คู่แข่งหรือบริษัท AI มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของศาลอุทธรณ์และคณะกรรมการเทคนิค
สำหรับผู้บริโภคและนักพัฒนาในไทย ผลลัพธ์ของคดีนี้อาจส่งผลทางอ้อมต่อคุณภาพของบริการ AI ที่ใช้ข้อมูลการค้นหาเป็นฐาน ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT Search หรือบริการ AI อื่นๆ ที่ให้บริการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากศาลอนุมัติการยกเว้น OpenAI และ Anthropic ตามที่ Google ร้องขอ บริษัท AI เหล่านี้จะมีข้อมูลสำหรับพัฒนาความสามารถด้านการค้นหาน้อยลง ซึ่งอาจชะลอการพัฒนาคุณภาพของ AI Search ในระยะยาว
แหล่งที่มา
- MacRumors — Google Appeals Antitrust Ruling, Says Apple Chose Its Search Engine 'Fair and Square'
- ITIF — Comments to the European Commission Regarding Proposed Measures for Google Search Data Sharing
- The Next Web — Google's top differential-privacy scientist tells the EU its data-sharing plan can be reversed in two hours
