Google เปิดตัวอัปเดตสำคัญสำหรับ Project Genie โมเดล AI เชิงทดลองที่สามารถสร้างโลกเสมือนแบบโต้ตอบได้ โดยเพิ่มการเชื่อมต่อกับ Street View และขยายการให้บริการไปยังผู้ใช้ทั่วโลกที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Ultra ราคา $200 ต่อเดือน (ประมาณ 7,200 บาท) อย่างไรก็ตาม สถานที่ที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างโลกยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
Project Genie คืออะไร และ Street View เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไร
Project Genie คือโมเดล AI เชิงทดลองของ Google ที่พัฒนาภายใต้ Google Labs โดยมีความสามารถในการสร้างโลกเสมือนแบบโต้ตอบ (interactive virtual world) จากคำสั่งของผู้ใช้ ในอัปเดตล่าสุด Google ได้เพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถแตะ "Mapsพิน" เพื่อเลือกสถานที่จริงในสหรัฐฯ เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโลก จากนั้นระบบจะนำภาพจาก Street View มาประมวลผลร่วมกับสไตล์โลกที่ผู้ใช้เลือก
ขั้นตอนการใช้งานมีดังนี้
- เลือกสถานที่ในสหรัฐฯ ผ่าน Mapsพิน
- เลือกสไตล์ของโลกที่ต้องการ เช่น "Desert Sands" หรือ "Stone Age"
- กำหนดตัวละครที่จะใช้สำรวจโลกนั้น
ผลลัพธ์ที่ได้คือโลกเสมือนที่สร้างจากภาพถ่ายจริงของ Street View ซึ่งถูกแปลงให้กลายเป็นฉากสไตล์ต่าง ๆ ตามที่ผู้ใช้กำหนด ทั้งหมดนี้ทำงานผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
ข้อจำกัดที่ผู้ใช้ในไทยต้องรู้
แม้ว่า Project Genie จะขยายการให้บริการไปทั่วโลกแล้ว แต่มีข้อจำกัดสำคัญที่ผู้ใช้ในไทยควรทราบ ได้แก่ สถานที่ที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างโลกยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หมายความว่าผู้ใช้ยังไม่สามารถเลือกสถานที่ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หรือภูเก็ต มาแปลงเป็นโลกสไตล์ Stone Age ได้ในขณะนี้
Google ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการขยายรองรับสถานที่นอกสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ดังนั้นผู้ที่สนใจฟีเจอร์นี้ควรติดตามประกาศจาก Google อย่างใกล้ชิด
ศักยภาพที่ไกลกว่าความบันเทิง — โลกเสมือนเพื่อ Robotics และรถยนต์ไร้คนขับ
สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือการนำ Project Genie ไปใช้ในงานอุตสาหกรรมจริง โดยเฉพาะด้านหุ่นยนต์และยานยนต์ไร้คนขับ ตามรายงาน Genie 3 ถูกนำไปใช้ใน simulator ของ Waymo เพื่อฝึกระบบขับขี่อัตโนมัติให้รับมือกับสถานการณ์หายาก เช่น พายุทอร์นาโด หรือการเผชิญกับสัตว์ขนาดใหญ่บนถนน
นอกจากนี้ยังมีการนำไปใช้ฝึกหุ่นยนต์ให้รับมือกับสภาพแสงที่ผิดปกติ เช่น แสงสะท้อนในวันที่มีแดดจัดในลอนดอน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นน้อยมากในชีวิตจริงแต่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม Genie 3 ยังอยู่ในระยะพัฒนา โดยทำงานที่ความละเอียด 720p และอัตราเฟรม 20–24 fps สามารถรักษาความสอดคล้องของสภาพแวดล้อมได้นานหลายนาที และจดจำการเปลี่ยนแปลงในช่วง 1 นาทีที่ผ่านมาได้ แต่ยังมีข้อผิดพลาดด้านฟิสิกส์ เช่น ตัวละครสามารถวิ่งทะลุผ่านกระบองเพชรได้
โครงสร้างราคา AI Ultra ที่เปลี่ยนไป — $200 คือค่าลดราคา ไม่ใช่ค่าเพิ่ม
เพื่อให้เข้าใจบริบทของราคาได้ถูกต้อง ต้องย้อนกลับไปที่ Google I/O 2026 ซึ่ง Google ได้ปรับโครงสร้างแพ็กเกจ AI Ultra ใหม่ทั้งหมด
| แพ็กเกจ | ราคาต่อเดือน | ราคาในบาท (ประมาณ) | Project Genie | รายละเอียด |
|---|---|---|---|---|
| AI Ultra (ระดับสูงสุด) | $200 | ประมาณ 7,200 บาท | ✓ | แพ็กเกจสูงสุด (ลดจาก $250) |
| AI Ultra (ระดับใหม่) | $100 | ประมาณ 3,600 บาท | ✗ | พื้นที่เก็บข้อมูล 20TB, Gemini Spark, YouTube Premium |
| AI Pro | — | — | ✗ | ฟีเจอร์พื้นฐาน |
ประเด็นสำคัญคือ $200 ต่อเดือน (ประมาณ 7,200 บาท) ที่เห็นนั้นเป็นราคาที่ ลดลงจาก $250 ไม่ใช่การขึ้นราคา และการเข้าถึง Project Genie จำเป็นต้องสมัครแพ็กเกจระดับ $200 เท่านั้น
ระบบการคิดค่าใช้จ่ายก็เปลี่ยนแปลงด้วย จากเดิมที่จำกัดรายวัน เปลี่ยนเป็นโมเดล "การใช้งานคอมพิวต์" (compute usage) โดยจะรีเซ็ตขีดจำกัดทุก 5 ชั่วโมง ฟีเจอร์ที่ใช้ทรัพยากรสูงอย่าง Project Genie จะได้รับผลกระทบจากระบบใหม่นี้มากกว่าฟีเจอร์ทั่วไป
สำหรับผู้บริโภคในไทย ราคา 7,200 บาทต่อเดือนถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร เมื่อเทียบกับค่าครองชีพในประเทศ และเนื่องจาก Project Genie ยังอยู่ในสถานะ "ต้นแบบเชิงทดลอง" ภายใต้ Google Labs ผู้ที่สนใจควรพิจารณาว่าฟีเจอร์ในระดับทดลองนี้คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะนี้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อสถานที่ในไทยยังไม่รองรับ ข้อมูลการวางจำหน่ายและการรองรับสถานที่นอกสหรัฐฯ ในไทยยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ
แหล่งที่มา
- Android Authority — Project Genie now lets you reimagine your favorite real-world spots with a creative twist
- TechCrunch — Google's Genie world model can now simulate real streets with Street View
- Google DeepMind — Genie 3
