Microsoft ประกาศยกเลิก "Copilot Mode" ใน Edge อย่างเป็นทางการ หลังทดสอบมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว โดยฟีเจอร์ทั้งหมดที่เคยอยู่ในโหมดนี้จะถูกรวมเข้าสู่ตัวเบราว์เซอร์โดยตรง ทั้งบน Desktop และ Mobile — ผู้ใช้ไม่ต้องสลับโหมดอีกต่อไป
ไม่ใช่การยกเลิก แต่คือการรวมเป็นหนึ่ง
Copilot Mode ใน Edge เปิดให้ทดสอบมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว โดยเน้นความสามารถในการค้นหาข้อมูลข้ามแท็บที่เปิดอยู่ และวิเคราะห์เนื้อหาจากหลายหน้าพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการวางตำแหน่ง AI Assistant ให้อยู่ศูนย์กลางของประสบการณ์การท่องเว็บ
การอัปเดตครั้งนี้ทำให้ฟีเจอร์เหล่านั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของ Edge มาตรฐาน ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้เปิดแท็บสินค้าหลายแท็บแล้วพิมพ์ว่า "เปรียบเทียบทีวีอัจฉริยะที่เปิดอยู่ให้หน่อย" Copilot จะดึงข้อมูลจากทุกแท็บและสรุปผลเปรียบเทียบออกมาในรูปแบบที่อ่านง่าย โดยไม่ต้องเปิดโหมดพิเศษใดๆ
จุดสำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือการนำประสบการณ์เดียวกันมาสู่ Edge บนมือถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่รองรับฟีเจอร์เหล่านี้อย่างครบถ้วน
ฟีเจอร์ใหม่บนมือถือ: Journeys และ Vision and Voice
ฟีเจอร์ Journeys ที่เพิ่มเข้ามาหลังการทดสอบระยะแรก ขณะนี้เปิดให้ใช้งานฟรีบนมือถือแล้ว โดยช่วยให้ผู้ใช้บันทึกโปรเจกต์ที่ค้างอยู่ เช่น การวางแผนท่องเที่ยว หรือการเปรียบเทียบสินค้า แล้วกลับมาต่อได้ในภายหลัง แม้จะผ่านไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์
Vision and Voice เป็นอีกฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ Edge มือถือ ช่วยให้ผู้ใช้แชร์หน้าจอให้ Copilot ดู แล้วพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่เห็นด้วยภาษาพูดธรรมชาติ และรับคำตอบกลับเป็นเสียง เหมาะสำหรับการใช้งานแบบ Hands-free
ฟีเจอร์อื่นๆ ที่มาพร้อมกันในการอัปเดตนี้ ได้แก่:
- Journeys — บันทึกการค้นคว้าหรือการเปรียบเทียบสินค้าเพื่อกลับมาต่อภายหลัง
- Vision and Voice — แชร์หน้าจอและสนทนาด้วยเสียงแบบ Hands-free
- หน้าแท็บใหม่ — ออกแบบใหม่บนมือถือให้ตรงกับ Desktop พร้อมเข้าถึง Journeys ได้ง่ายขึ้น
- Long-term Memory — Copilot จดจำบทสนทนาในอดีตได้ทั้งบน Desktop และ Mobile
นอกจากนี้ หากผู้ใช้อนุญาต Copilot ยังสามารถเข้าถึงประวัติการท่องเว็บได้ เพื่อช่วยต่อยอดการค้นคว้าที่ค้างไว้ หรือกลับไปยังสินค้าที่เคยดู
ฟีเจอร์เฉพาะทาง: เรียนรู้ เขียน และฟังเป็นพอดแคสต์
Microsoft เพิ่มฟีเจอร์เฉพาะทางหลายอย่างมาพร้อมกับการรวมครั้งนี้
| ฟีเจอร์ | การใช้งาน | วิธีเรียกใช้ |
|---|---|---|
| Study and Learn | เรียนรู้และทำแบบทดสอบ | พิมพ์ "Quiz me on this topic" ขณะเปิดแท็บอ้างอิง |
| Writing Assistant | ช่วยเขียน ร่าง ปรับโทน | สร้าง Draft หรือปรับแต่งข้อความ |
| Tab to Podcast | แปลงแท็บเป็นเสียง | เปิดแท็บที่ต้องการแล้วเรียกใช้ฟีเจอร์ |
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์แปลงแท็บเป็นพอดแคสต์นั้น ให้บริการเฉพาะตลาดที่ใช้ภาษาอังกฤษเท่านั้น ในขณะนี้ ผู้ใช้ในไทยจึงยังไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้
Edge สู้ศึก AI Browser กับ Chrome และคู่แข่ง
การที่ Microsoft ตัดสินใจรวม Copilot เข้าสู่ Edge โดยตรงแทนการแยกเป็นโหมด สะท้อนทิศทางการแข่งขันในตลาด AI Browser ที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
- Google Chrome เปิดตัว "Auto Browse" เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2026 ใช้ Gemini 3 ในการเลื่อน คลิก กรอกข้อมูล และนำทางอัตโนมัติ โดยให้บริการแก่สมาชิก Google AI Pro/AI Ultra ในสหรัฐฯ
- Samsung Browser เปิดตัวเวอร์ชัน Windows ในเดือนมีนาคม 2026 พร้อมผสาน Perplexity เป็น OEM Browser รายแรก
- Opera Neon เปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนธันวาคม 2025 ในราคา $19.90 ต่อเดือน (ประมาณ 716 บาท) ออกแบบมาเพื่อการทำงานอัตโนมัติโดยเฉพาะ
แนวทางของ Microsoft ที่ให้ AI ทำงานเฉพาะเมื่อถูกเรียกใช้ (On-demand) แทนการรันตลอดเวลาในแถบด้านข้าง ยังส่งผลให้ Memory Footprint ของ Edge ลดลง 18% ตามข้อมูลที่ Microsoft เปิดเผยต่อสื่อ เนื่องจาก Sidebar เดิมยังคงทำงานอยู่เบื้องหลังแม้จะถูกย่อไว้
สิ่งที่ผู้ใช้ Edge ควรรู้
สำหรับผู้ใช้ Edge ที่มีอยู่ ฟีเจอร์ทั้งหมดจาก Copilot Mode ยังคงใช้งานได้ผ่านการอัปเดตนี้ โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ผู้ที่เคยอยู่ในกลุ่ม Copilot Mode Preview จะยังได้รับสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์ใหม่ก่อนผ่าน "Copilot in Edge Preview"
ส่วน Browse with Copilot (เดิมชื่อ Copilot Actions) เปิดให้ใช้งานบน Edge Desktop สำหรับสมาชิก Microsoft 365 Premium ในสหรัฐฯ แล้ว และ Vision จะขยายไปยัง Edge ทุกระบบปฏิบัติการภายในปลายปี 2026
ผู้ที่ไม่ต้องการใช้ฟีเจอร์ AI สามารถปรับแต่งหรือปิดการใช้งานได้จากการตั้งค่าของ Edge โดย Microsoft ระบุว่าผู้ใช้สามารถเลือกเปิดเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการได้
สำหรับผู้ใช้ในไทยที่ใช้ Edge เป็นเบราว์เซอร์หลัก การอัปเดตนี้ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์ที่ได้รับโดยอัตโนมัติ แม้ฟีเจอร์บางอย่างอย่างพอดแคสต์จะยังไม่รองรับภาษาไทย แต่ฟีเจอร์หลักอย่าง Journeys และ Vision and Voice น่าจับตาว่าจะรองรับภาษาไทยในอนาคตหรือไม่
