Oura เปิดตัวสมาร์ทริงรุ่นใหม่ "Oura Ring 5" เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2026 โดยลดขนาดลงจากรุ่นก่อนหน้าถึง 40% เหลือความกว้างเพียง 6.09 มม. และน้ำหนักเริ่มต้นที่ 2 กรัม พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 9 วัน รายงานรีวิวจาก Tom's Guide ระบุว่า Oura Ring 5 "เขียนกฎใหม่ของวงการสมาร์ทริง" และจัดเป็นสมาร์ทริงที่เล็กที่สุดในโลก ณ ขณะนี้

ดีไซน์บางเฉียบ 6.09 มม. น้ำหนักเริ่ม 2 กรัม เล็กกว่ารุ่นก่อน 40%

Tom's Guide รายงานว่า Oura ออกแบบโครงสร้างภายในใหม่ทั้งหมดเพื่อย่อขนาดของตัวเรือน ทำให้รูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเครื่องประดับมากกว่าอุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบเดิม ๆ ที่มักมีขนาดใหญ่และหนา

รายการOura Ring 5Oura Ring 4
ความกว้าง6.09 มม.7.9 มม.
ความหนา2.28 มม.ราว 2.88 มม.
น้ำหนักเริ่มต้น 2 กรัม (ตามขนาด)3.3–5.2 กรัม
ขนาดที่จำหน่ายเบอร์ 6–13เบอร์ 4–15
แบตเตอรี่สูงสุด 9 วันสูงสุด 8 วัน
มาตรฐานกันน้ำกันน้ำลึก 100 เมตรกันน้ำระดับใช้งานทั่วไป

ขนาดที่จำหน่ายครอบคลุมเบอร์ 6–13 และผู้ใช้ Ring 4 เดิมได้รับคำแนะนำจาก Oura ให้สั่งชุดวัดขนาดใหม่ก่อนสั่งซื้อ เนื่องจากโครงสร้างที่เปลี่ยนไปทำให้ขนาดนิ้วที่เหมาะสมอาจแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า

สีให้เลือกทั้งหมด 6 สี โดยสีพื้นฐาน Silver และ Black ราคา US$399 (ประมาณ 14,400 บาท) ส่วนสีพรีเมียม Gold, Stealth, Brushed Silver และ Deep Rose ราคา US$499 (ประมาณ 18,000 บาท) พร้อมการเสริมความทนทานต่อรอยขีดข่วนให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม

แบตเตอรี่อึด 9 วัน เซนเซอร์ LED ความเข้มข้นเพิ่ม 4 เท่า กันน้ำลึก 100 เมตร

Oura ระบุว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 9 วัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 8 วันใน Ring 4 ซึ่ง Tom's Guide ยืนยันในรีวิวว่าใช้งานได้นานขึ้นจริงประมาณ 1 วันเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

ด้านเซนเซอร์ยังคงใช้ชุด PPG สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจและ SpO2 รวมกับเซนเซอร์อุณหภูมิผิวหนังและ accelerometer แบบเดียวกับ Ring 4 แต่ Oura เพิ่มความเข้มของ LED ขึ้น 4 เท่า พร้อมจัดวางตำแหน่งใหม่เพื่อยกระดับความแม่นยำของการวัดค่าทางชีวภาพ ที่น่าจับตาคือมาตรฐานกันน้ำที่ยกระดับจาก water resistant ใน Ring 4 มาเป็น fully waterproof ลึกถึง 100 เมตรใน Ring 5 ทำให้สามารถสวมว่ายน้ำหรือทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างมั่นใจ

ค่าสมาชิกรายเดือนยังจำเป็น — จุดเดียวที่รีวิวเรียกว่าข้อเสีย

ตามรายงาน รูปแบบราคาและค่าใช้จ่ายต่อเนื่องของ Oura Ring 5 สรุปได้ดังนี้

  • ราคาตัวเครื่อง: US$399 (ประมาณ 14,400 บาท) สำหรับสี Silver และ Black และ US$499 (ประมาณ 18,000 บาท) สำหรับสี Gold, Stealth, Brushed Silver และ Deep Rose
  • Oura Membership: US$5.99 ต่อเดือน (ประมาณ 215 บาท) หรือ US$72 ต่อปี (ประมาณ 2,600 บาท) ซึ่งยังคงเป็นบริการแบบ "บังคับสมัคร" หากต้องการใช้ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ
  • โปรแกรมแลกซื้อ (trade-in): Oura ยังไม่เปิดให้บริการในขณะนี้ ผู้ใช้สามารถส่งแหวนรุ่นเก่าเข้าระบบรีไซเคิลได้ แต่จะไม่ได้รับเงินคืนหรือเครดิตส่วนลด

Tom's Guide ระบุชัดว่าค่าสมาชิกรายเดือนคือ "ข้อเสียเพียงข้อเดียว" ของ Oura Ring 5 เพราะหากไม่สมัคร ผู้ใช้จะเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้อย่างจำกัด

ผู้ใช้ Ring 4 ควรอัปเกรดหรือไม่ — สรุปจากรีวิว

Tom's Guide สรุปในรีวิวว่า Oura Ring 5 "น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่" และเป็นอุปกรณ์ติดตามสุขภาพแบบไม่มีหน้าจอที่คู่แข่งต้องล้มให้ได้ จุดเด่นที่รีวิวยกขึ้นมาประกอบด้วยขนาดที่เล็กลง 40% เมื่อเทียบ Ring 4 ความหลากหลายของขนาดและงานพื้นผิว แบตเตอรี่ที่ยืดเป็น 9 วัน เซนเซอร์ที่อัปเกรดให้แม่นยำขึ้น ความทนต่อรอยที่ดีขึ้น และมาตรฐานกันน้ำเต็มรูปแบบ — ส่วนข้อด้อยเดียวคือยังต้องสมัครสมาชิกรายเดือน

Health Radar และ GLP-1 Insights — ก้าวต่อไปของ Oura ด้าน AI สุขภาพ

นอกจากฮาร์ดแวร์ Oura ยังเปิดตัวฟีเจอร์ซอฟต์แวร์ใหม่หลายรายการพร้อมกัน หัวใจสำคัญคือ "Health Radar" ที่ออกแบบโดยทีมแพทย์และนักวิจัยระดับ M.D. และ Ph.D. มากกว่า 40 คน ทำหน้าที่ตรวจวัดค่าชีวภาพอย่างต่อเนื่องในเบื้องหลัง ครอบคลุมตัวชี้วัดใหม่อย่างแนวโน้มความดันโลหิตและสัญญาณการหายใจช่วงกลางคืน รวมถึง "GLP-1 Insights" ที่จัดการเส้นทางการใช้ยาในกลุ่ม GLP-1 ทั้งคู่จะทยอยเปิดให้บริการแก่สมาชิก Oura Ring ในสหรัฐ ยูเออี และอินเดีย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 สำหรับรุ่น Gen 3 ขึ้นไป

  • Counsel Health: ปรึกษาด้านสุขภาพแบบออนดีมานด์ผ่าน AI ทางการแพทย์ร่วมกับแพทย์ที่ผ่านการรับรอง ใช้งานได้จากภายในแอป Oura โดยตรง
  • Live Activity Tracking: เริ่มออกกำลังจากแอปและดูค่า pace ระยะทาง และอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์ผ่าน lock screen widget
  • Brain Health Study: ผู้ใช้สามารถเลือกเข้าร่วมงานวิจัยสุขภาพสมองร่วมกับ Cambridge Cognition โดยเชื่อมข้อมูลการนอนและกิจกรรมจาก Oura

คู่แข่งชะลอตัว ตลาดสมาร์ทริงพุ่งสู่ระดับพันล้านดอลลาร์

ขณะที่ Oura เดินหน้าเต็มสูบ คู่แข่งกลับมีจังหวะที่แตกต่างกัน Samsung ยังไม่ประกาศ Galaxy Ring รุ่นถัดไปแม้จะผ่านมาเกือบ 2 ปีนับจาก Galaxy Ring เจเนอเรชันแรก โดยมีรายงานว่า Galaxy Ring 2 อาจถูกเลื่อนไปจนถึงต้นปี 2027 ฝั่ง Ultrahuman เปิดตัว "Ring PRO" รุ่นที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ที่ราคา US$479 (ประมาณ 17,200 บาท) พร้อมแบตอึด 15 วันซึ่งยาวที่สุดในกลุ่ม แต่ต้องถอนตัวออกจากตลาดสหรัฐหลังเผชิญข้อพิพาทด้านสิทธิบัตร

ตัวชี้วัดค่า
ขนาดตลาด (2025)US$416.9 ล้าน (ประมาณ 15,000 ล้านบาท)
ขนาดตลาด (คาดการณ์ 2034)US$3.77 พันล้าน (ประมาณ 135,700 ล้านบาท)
ราคา Ultrahuman Ring PROUS$479 (ประมาณ 17,200 บาท)
แบตเตอรี่สูงสุด Ring PRO15 วัน
Galaxy Ring 2 เปิดตัวต้นปี 2027 (คาดการณ์)

สำหรับผู้บริโภคในไทย ขณะนี้ Oura Ring ยังไม่มีช่องทางจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศ ผู้ที่สนใจส่วนใหญ่ต้องสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ Oura โดยตรงหรือผ่านบริการ pre-order จากร้านค้าออนไลน์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ควรพิจารณาทั้งราคาตัวเครื่องที่เริ่มต้นราว 14,400 บาท ภาระค่าสมาชิกรายปีอีกราว 2,600 บาท และค่าธรรมเนียมการขนส่งระหว่างประเทศประกอบกัน

แหล่งที่มา