แอปฟิตเนส Strava ประกาศรองรับการวัดอัตราการเต้นของหัวใจผ่าน AirPods Pro 3 โดยตรง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกข้อมูลการออกกำลังกายอย่างละเอียด แต่ไม่ต้องการสวม Apple Watch ขณะออกกำลังกาย ฟีเจอร์นี้ใช้งานได้ผ่าน iPhone เพียงเครื่องเดียว และยังทำงานร่วมกับ Apple Watch ได้อย่างอัตโนมัติหากมีการเชื่อมต่อ

AirPods Pro 3 วัดชีพจรจากหูได้อย่างไร

AirPods Pro 3 เป็น AirPods รุ่นแรกของ Apple ที่ติดตั้งเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจมาในตัว โดยใช้เทคโนโลยี PPG (Photoplethysmography) หรือการวัดคลื่นแสงอินฟราเรดที่ปล่อยพัลส์ถึง 256 ครั้งต่อวินาทีเพื่อตรวจจับการไหลเวียนของเลือดภายในช่องหู จากนั้นอัลกอริทึมจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าวออกมาเป็นค่าอัตราการเต้นของหัวใจแบบเรียลไทม์

ที่น่าสนใจคือ AirPods Pro 3 สามารถวัดชีพจรได้แม้สวมเพียงข้างเดียว และรองรับกิจกรรมออกกำลังกายสูงสุดถึง 50 ประเภท ตั้งแต่วิ่ง ปั่นจักรยาน ไปจนถึงยกน้ำหนัก ปัจจุบันมีเพียง AirPods Pro 3 และ Beats Powerbeats Pro 2 เท่านั้นที่มีเซนเซอร์ชีพจรในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Apple

ใช้งานกับ Strava ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ข้อกำหนดในการใช้ฟีเจอร์นี้มีเพียงสองอย่าง ได้แก่

  • iPhone ที่ใช้งาน iOS 18 ขึ้นไป
  • AirPods Pro 3

เมื่อสวม AirPods Pro 3 และเริ่มบันทึกการออกกำลังกายใน Strava ข้อมูลชีพจรจะถูกสตรีมแบบสดเข้าสู่ฟีเจอร์ "Mobile Record" โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม เพียงกดปุ่มบันทึกแล้วออกกำลังกายได้เลย

สำหรับผู้ที่มี Apple Watch อยู่แล้ว Strava จะทำงานร่วมกันทั้งสองอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ ระบบจะเลือกแหล่งข้อมูลชีพจรที่มีความแม่นยำสูงสุดในช่วง 5 นาทีที่ผ่านมา โดยไม่ต้องสลับการตั้งค่าด้วยตนเอง ไม่ว่าจะวิ่ง ปั่น หรือยกน้ำหนัก

ราคา AirPods Pro 3 และความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับ Apple Watch

AirPods Pro 3 มีราคาขายปกติที่ $249 (ประมาณ 8,960 บาท) โดยขณะนี้มีจำหน่ายในราคา $229 (ประมาณ 8,240 บาท) ผ่านช่องทางออนไลน์บางแห่ง ตัวเลขนี้ต่ำกว่า Apple Watch Series ล่าสุดที่เริ่มต้นราว $399 (ประมาณ 14,360 บาท) อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกข้อมูลชีพจรระหว่างออกกำลังกายแต่ยังไม่มี Apple Watch การลงทุนกับ AirPods Pro 3 จึงเป็นทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่า และยังได้ประสิทธิภาพด้านเสียงระดับ Premium ไปพร้อมกัน ส่วนแอป Strava สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจาก App Store แม้ฟีเจอร์บางส่วนจะต้องสมัครสมาชิกแบบชำระเงิน

Strava ขยายฟีเจอร์ต่อเนื่องตลอดปี 2026

การรองรับ AirPods Pro 3 เป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตที่ Strava เร่งดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2026 แพลตฟอร์มฟิตเนสที่มีผู้ใช้งานกว่า 195 ล้านคนใน 185 ประเทศแห่งนี้ได้เพิ่มฟีเจอร์สำคัญหลายรายการในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ดังนี้

ช่วงเวลาฟีเจอร์ที่เพิ่ม
มีนาคม 2026ทดสอบ Muscle Map และเพิ่ม 5 กีฬาใหม่ (บาสเกตบอล, วอลเลย์บอล, แดนซ์, ปาเดล, คริกเก็ต)
เมษายน 2026รองรับ 10 ภาษาเพิ่มเติม รวมเป็น 24 ภาษา
เมษายน 2026Annual Best Efforts สำหรับติดตาม PR รายปี

ทิศทางของ Strava กำลังเปลี่ยนจากแพลตฟอร์มโซเชียลฟิตเนสไปสู่เครื่องมือฝึกซ้อมจริงจัง การเพิ่ม Physical Therapy เป็นหมวดกิจกรรมใหม่ในเดือนเดียวกันก็สะท้อนแนวทางนี้ โดยผู้ใช้สามารถบันทึกจำนวนครั้งของท่าฟื้นฟูร่างกายและเวลาสะสมรายสัปดาห์หรือรายเดือนได้

สำหรับผู้ใช้ในไทยที่สนใจฟีเจอร์นี้ ควรตรวจสอบว่า AirPods Pro 3 ที่ซื้อมารองรับการวัดชีพจรในภูมิภาคนี้หรือไม่ เนื่องจากฟีเจอร์ด้านสุขภาพบางอย่างของ Apple อาจมีข้อจำกัดตามภูมิภาค และควรติดตามข้อมูลการวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการจากตัวแทนจำหน่าย Apple ในไทย เช่น Studio7 หรือ iStudio

แหล่งที่มา