ทำเนียบขาวยืนยันกับ The New York Times ว่า Tim Cook ซีอีโอ Apple เป็นหนึ่งในคณะผู้บริหารระดับสูงกว่า 10 รายที่จะร่วมเดินทางกับประธานาธิบดี Donald Trump ในการเยือนจีนสัปดาห์นี้ การตัดสินใจเข้าร่วมครั้งนี้มีน้ำหนักทางการเมืองอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากบทเรียนที่เกิดขึ้นหลัง Cook ขาดการเดินทางเยือน UAE ครั้งก่อน

คณะซีอีโอกว่า 10 ราย ร่วมเดินทางกับ Trump สู่ปักกิ่ง

ตามรายงานของ 9to5Mac อ้างอิง The New York Times ทำเนียบขาวยืนยันรายชื่อผู้บริหารที่จะร่วมคณะ Trump ซึ่งออกเดินทางจากวอชิงตันในวันที่ 12 พฤษภาคม โดยมีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดี Xi Jinping ในช่วงปลายสัปดาห์ที่กรุงปักกิ่ง ระหว่างวันที่ 14–15 พฤษภาคม

รายชื่อซีอีโอที่รายงานว่าร่วมคณะ ได้แก่:

  • Tim Cook (Apple)
  • Larry Fink (BlackRock)
  • Stephen Schwarzman (Blackstone)
  • Kelly Ortberg (Boeing)
  • Brian Sikes (Cargill)
  • Jane Fraser (Citi)
  • Jim Anderson (Coherent)
  • Larry Culp (GE Aerospace)
  • David Solomon (Goldman Sachs)
  • Jacob Thaysen (Illumina)
  • Michael Miebach (Mastercard)
  • Dana Powell McCormick (Meta)
  • Sanjay Mehrotra (Micron)
  • Cristiano Amon (Qualcomm)
  • Elon Musk (Tesla)
  • Ryan McInerney (Visa)

ทั้งนี้ Chuck Robbins ซีอีโอ Cisco ที่ปรากฏในรายชื่อเบื้องต้น ภายหลังบริษัทแจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมได้

เหตุใด Cook ถึงพลาดไม่ได้ — บทเรียนจาก UAE และภาษี 25%

ประเด็นที่ทำให้การร่วมเดินทางของ Tim Cook ครั้งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เมื่อ Cook ขาดการร่วมคณะ Trump เยือน UAE ในปีก่อน ซึ่งรายงานระบุว่าทำให้ประธานาธิบดีไม่พอใจ

ต่อมาไม่นาน Trump ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับ iPhone ที่ผลิตนอกสหรัฐอเมริกา โดย The New York Times รายงานว่าการขู่ดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นการตอบโต้ต่อการขาดงานของ Cook โดยตรง สำหรับ Apple ที่มีฐานการผลิตหลักอยู่ในจีน สัญญาณทางการเมืองเช่นนี้ไม่อาจมองข้ามได้

ภาษีนำเข้า iPhone และการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่การผลิต

การร่วมเดินทางของ Cook สะท้อนถึงความซับซ้อนของสถานการณ์ภาษีที่ Apple เผชิญอยู่ ตามรายงานของ TechWireAsia ในปี 2025 Apple ประกอบ iPhone ในอินเดียแล้วราว 55 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน คิดเป็นประมาณ 25% ของกำลังการผลิตทั่วโลก

รายการข้อมูล
ภาษีนำเข้า iPhone จากจีนสู่สหรัฐฯประมาณ 55%
ภาษีนำเข้า iPhone จากอินเดียสู่สหรัฐฯประมาณ 10%
ยอดประกอบ iPhone ในอินเดีย (2025)ประมาณ 55 ล้านเครื่อง (+53% YoY)
สัดส่วนการผลิตโลกจากอินเดียประมาณ 25%

ความแตกต่างของอัตราภาษีระหว่างจีนและอินเดียถึง 45 เปอร์เซ็นต์พอยต์ ส่งผลต่อเศรษฐศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทาน Apple อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ เนื่องจากมีรายงานว่า Apple อาจตกเป็นเป้าหมายของการสอบสวนภายใต้ Section 232 ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างภาษีในอนาคต

Cook เองได้บริจาคเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 36 ล้านบาท) ให้กับคณะกรรมการพิธีสาบานตนของ Trump ในเดือนมกราคม 2025 และต่อมาประกาศแผนลงทุนเพิ่มเติมในสหรัฐฯ มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.6 ล้านล้านบาท) ที่ทำเนียบขาว การร่วมเดินทางครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

วาระการประชุม Trump-Xi และประเด็นที่อาจเคลื่อนไหว

การเยือนครั้งนี้เลื่อนมาจากกำหนดเดิมในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่านที่เกิดขึ้นในปี 2026 โดยกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายยืนยันกำหนดการใหม่เป็นวันที่ 13–15 พฤษภาคม

ประเด็นที่คาดว่าจะหารือ ได้แก่ การค้า, ปัญญาประดิษฐ์, การควบคุมการส่งออก, ไต้หวัน และสถานการณ์อิหร่าน ที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ Boeing ซึ่งมีรายงานว่าอาจมีการลงนามข้อตกลงให้สายการบินจีนซื้อเครื่องบิน 737 MAX สูงสุด 500 ลำ และเครื่องบินลำตัวกว้างอีกราว 100 ลำ ขณะที่การต่ออายุข้อตกลงพักรบทางการค้าที่ทำให้อัตราภาษีจริงอยู่ที่ 19–24% เป็นเวลา 1 ปี ก็อยู่ในวาระการเจรจาเช่นกัน โดยแลกกับความมั่นคงในการจัดหาแร่หายาก

รายชื่อซีอีโอในคณะสะท้อนวาระการประชุมได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เซมิคอนดักเตอร์ (Qualcomm, Micron), ยานยนต์ไฟฟ้า (Tesla), การบิน (Boeing), ไปจนถึงการเงิน (Goldman Sachs, Citi, Mastercard, Visa)

นัยสำหรับตลาดเทคโนโลยีในภูมิภาค

ผลลัพธ์ของการเจรจา Trump-Xi ครั้งนี้มีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หากการพักรบทางการค้าได้รับการต่ออายุและอัตราภาษียังคงอยู่ในระดับปัจจุบัน แนวโน้มราคาสินค้าเทคโนโลยีในตลาดไทยน่าจะยังคงเสถียร แต่หากการเจรจาล้มเหลวและมีการปรับขึ้นภาษีอีกรอบ ผู้บริโภคที่วางแผนซื้อ iPhone หรืออุปกรณ์ที่ผลิตในจีนอาจเห็นการปรับราคาในช่วงปลายปี 2026 ข้อมูลการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ใหม่ในไทยที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผลการเจรจาครั้งนี้ยังไม่ได้รับการประกาศ

แหล่งที่มา