รายงานล่าสุดจาก Bloomberg ระบุว่า Apple อาจต้องเลื่อนกำหนดเปิดตัว Smart Glasses ออกไปอีกครั้ง โดย Mark Gurman ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีชื่อดัง เผยว่าบริษัทตั้งเป้าวางจำหน่ายภายใน "ปีหน้า" ซึ่งในบริบทของรายงานที่เผยแพร่เดือนมิถุนายน 2026 นั้น หมายถึงปี 2027 ความล่าช้าครั้งนี้เปิดช่องให้ Ray Ban Meta ที่วางจำหน่ายไปแล้วขยายความได้เปรียบในตลาดแว่นอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง

Bloomberg ชี้เป้าปี 2027 — ไทม์ไลน์ Apple ถอยหลังอีกครั้ง

ตามรายงานของ Android Authority ที่อ้างอิงข้อมูลจาก Mark Gurman นั้น Apple ยังคงเดินหน้าพัฒนา Smart Glasses โดยตั้งเป้าวางจำหน่ายภายในปีถัดไป ซึ่งเมื่อพิจารณาจากช่วงเวลาที่รายงานออกมาในเดือนมิถุนายน 2026 ก็เป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึงปี 2027

ประเด็นที่น่าจับตาคือไทม์ไลน์ของโครงการนี้ถูกเลื่อนออกไปทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Android Authority มองว่าเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ที่มีความท้าทายสูง

อย่างไรก็ตาม รายงานของ Bloomberg ไม่ใช่การประกาศอย่างเป็นทางการจาก Apple แต่อิงจากข้อมูลในซัพพลายเชนและแหล่งข่าวภายใน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มข้อมูลรั่วไหล จึงยังไม่สามารถยืนยันได้แน่ชัดว่า "เมื่อใด" และ "รุ่นใด" ที่จะออกสู่ตลาดจริง

Ray Ban Meta นำหน้า — โฉมหน้าตลาด Wearable AI กำลังเปลี่ยน

ในขณะที่ Apple ยังย่ำอยู่กับที่ คู่แข่งกลับเดินหน้าอย่างรวดเร็ว Meta ได้ใช้ Ray Ban Meta เป็นเครื่องมือนำเสนอกรณีการใช้งานของ Wearable AI สู่ตลาดมาระยะหนึ่งแล้ว

ทิศทางของผลิตภัณฑ์ไม่ได้มุ่งทดแทนสมาร์ทโฟน แต่เน้นการเปลี่ยนการใช้งานในชีวิตประจำวันให้เป็นแบบ Hands-free มากขึ้น ตามรายงานระบุว่า Meta ยังอยู่ระหว่างพัฒนารุ่นใหม่ที่ขยายขอบเขตเหนือกว่าความร่วมมือกับ Ray Ban เดิม ส่งผลให้เมื่อ Apple พร้อมเข้าตลาด Meta อาจมีระบบนิเวศที่สั่งสมไว้ล่วงหน้าแล้ว

การพึ่งพาสมาร์ทโฟนต่ำ — จุดได้เปรียบเชิงโครงสร้างของ Meta

ในตลาดแว่นอัจฉริยะ ความสามารถในการทำงานข้ามแพลตฟอร์มถือเป็นปัจจัยสำคัญ Android Authority ชี้ว่า "ความไม่จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น" คือคุณค่าที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ

ประเด็นApple Smart Glasses (คาดการณ์)Ray Ban Meta
ระบบนิเวศคาดว่าจะผูกกับ Apple เป็นหลักรองรับสมาร์ทโฟนได้หลากหลายแพลตฟอร์ม
การเข้าถึงตลาดเน้นผู้ใช้ iPhoneวางจำหน่ายในตลาดแล้ว
กำหนดเปิดตัวคาดการณ์ปี 2027จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน

แม้ Apple จะมีจุดแข็งในการผสานฮาร์ดแวร์เข้ากับระบบนิเวศของตัวเอง แต่สำหรับ Smart Glasses นั้น "การเข้าถึงผู้ใช้ในวันแรกของการเปิดตัว" คือกุญแจสำคัญ ฝั่ง Meta ที่รองรับแพลตฟอร์มกว้างกว่าจึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน

ความล่าช้าของ Apple = ลมส่งของ Meta จริงหรือ?

Android Authority มองว่าความล่าช้าของ Apple ไม่ได้เป็นข่าวดีสำหรับ Meta อย่างสมบูรณ์ โดยสรุปประเด็นได้ดังนี้

  • Apple มีพลังในการอุ่นเครื่องตลาด: เมื่อ Apple เข้าสู่หมวดหมู่ใดก็ตาม ความสนใจของผู้บริโภคจะพุ่งสูงขึ้นทันที ส่งผลให้ขนาดตลาดโดยรวมขยายตัว
  • Meta ได้ประโยชน์จากจังหวะ: หากในเวลานั้น Meta มีไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเต็มที่วางจำหน่ายอยู่ ก็จะสามารถดึงดูดความสนใจที่ Apple สร้างขึ้นได้
  • ความไม่แน่นอนของ Apple เอง: กลยุทธ์ "เข้าทีหลังแต่ทำให้สมบูรณ์แบบ" จะใช้กับ Smart Glasses ได้หรือไม่ ยังเป็นคำถามที่ต้องรอผลิตภัณฑ์จริงจึงจะตอบได้

ในเวลานี้สิ่งที่เปิดเผยต่อสาธารณะมีเพียงคำสัญญา ต้นแบบ และไทม์ไลน์ที่เปลี่ยนแปลงไปมา ส่วนผลิตภัณฑ์จริงยังไม่ปรากฏให้เห็น

ความหมายสำหรับผู้บริโภคในไทย

สำหรับผู้บริโภคในไทยที่สนใจ Smart Glasses ในช่วงเวลานี้ Ray Ban Meta ถือเป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริง โดยราคาขายในต่างประเทศเริ่มต้นที่ราว US$299 หรือประมาณ 10,800 บาท แม้จะยังไม่ได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการผ่านช่องทางหลักในไทย

ขณะที่ผู้ที่ตัดสินใจรอ Apple Smart Glasses ควรเตรียมใจว่ากำหนดการ "ปี 2027" อาจถูกเลื่อนออกไปได้อีก ดังที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในรอบที่ผ่านมา การติดตามข่าวสารต่อเนื่องจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการรีบตัดสินใจในตอนนี้

Q&A

Q. Apple Smart Glasses จะวางจำหน่ายเมื่อใด? ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ Mark Gurman จาก Bloomberg รายงานว่าตั้งเป้าภายใน "ปีหน้า" ซึ่งในบริบทของเดือนมิถุนายน 2026 หมายถึงปี 2027 แต่ที่ผ่านมาไทม์ไลน์ถูกเลื่อนออกมาต่อเนื่อง จึงยังไม่ใช่ข้อมูลที่ยืนยันได้

Q. แตกต่างจาก Ray Ban Meta อย่างไร? ความแตกต่างหลักคือแพลตฟอร์มที่รองรับ Ray Ban Meta รองรับสมาร์ทโฟนได้หลากหลาย ส่วน Apple Smart Glasses คาดว่าจะเชื่อมต่อกับระบบนิเวศ Apple เป็นหลัก แม้ข้อมูลสเปกอย่างเป็นทางการจะยังไม่ถูกเปิดเผย

Q. ในช่วงเวลานี้ควรเลือกซื้อรุ่นใด? หากต้องการใช้งาน Smart Glasses ทันที Ray Ban Meta คือตัวเลือกที่จับต้องได้จริง ส่วนผู้ที่รอ Apple ควรพิจารณาความเสี่ยงที่กำหนดการอาจเลื่อนอีกครั้ง และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง

แหล่งที่มา