Apple อาจกำลังพลิกยุทธศาสตร์ด้าน Spatial Computing ครั้งใหญ่ หลังนักวิเคราะห์ชื่อดัง Ming-Chi Kuo เปิดเผยโรดแมปฉบับแก้ไข ซึ่งระบุว่า Vision Pro รุ่นต่อไปได้ถูกถอดออกจากแผนทั้งหมด พร้อมเลื่อนกำหนดของ Apple Glasses รุ่นที่ใช้ optical waveguides ออกไปเป็นปี 2029 ขณะเดียวกัน ภาพที่อ้างว่าเป็น Vision Pro เวอร์ชันสีดำก็ถูกปล่อยออกมาในช่วงเวลาเดียวกัน สร้างความสนใจให้กับผู้บริโภคทั่วโลกรวมถึงตลาดไทยที่ Vision Pro ยังไม่เคยวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
Kuo เผยโรดแมปใหม่ — Vision Pro รุ่นสองหายจากแผน
หัวใจสำคัญของรายงานครั้งนี้คือโรดแมปฉบับแก้ไขที่ Kuo เปิดเผยออกมา โดยตามรายงาน ผลิตภัณฑ์ที่ควรจะเป็น Vision Pro รุ่นต่อไปได้หายไปจากแผนพัฒนาทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า Vision Pro เจเนอเรชันที่ 2 ที่หลายฝ่ายคาดหวังอาจถูกยุติการพัฒนาอย่างถาวร
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ารุ่น Vision Air ซึ่งเป็นเวอร์ชันน้ำหนักเบาที่เคยถูกพูดถึง ก็ถูกถอดออกจากแผนเช่นกัน หาก Kuo มองถูกต้อง นี่จะถือเป็นการเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ของ Apple ในธุรกิจ XR ที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่ปีก่อน
อย่างไรก็ตาม Apple ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับการยุติสายผลิตภัณฑ์ Vision Pro ผู้อ่านจึงควรพิจารณาข้อมูลนี้ในฐานะรายงานวิเคราะห์จากแหล่งซัพพลายเชน ไม่ใช่ประกาศอย่างเป็นทางการ
ภาพหลุด Vision Pro สีดำ — เวอร์ชันใหม่หรือต้นแบบที่ถูกพับ
GSMArena รายงานว่ามีภาพที่อ้างว่าเป็น Vision Pro เวอร์ชันสีดำหลุดออกมา ซึ่งจะเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากรุ่นสีขาวที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน ทว่ายังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นรุ่นที่ Apple เตรียมผลิตจริงสำหรับตลาด หรือเป็นเพียงต้นแบบที่ถูกยกเลิกระหว่างการพัฒนา
ภาพดังกล่าวมาจากแหล่งข่าวที่ไม่เป็นทางการ และยังไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของภาพอย่างอิสระจากบุคคลที่สาม ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการสรุปข้อมูลจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม
John Ternus ว่าที่ CEO คนถัดไป ดัน Smart Glasses เป็นเดิมพันใหม่
Kuo ระบุว่า การปรับแผนครั้งนี้เกิดจากการตัดสินใจของ John Ternus ซึ่งถูกมองว่าเป็นแคนดิเดต CEO คนถัดไปของ Apple โดย Ternus ให้น้ำหนักกับ Smart Glasses ในฐานะหมวดผลิตภัณฑ์ที่มี "greater mass-market potential" หรือศักยภาพในการเข้าถึงตลาดวงกว้างได้ดีกว่า Vision Pro
การเปลี่ยนเดิมพันไปสู่ Smart Glasses ย่อมหมายถึงราคาที่ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ Vision Pro ปัจจุบันที่วางจำหน่ายในสหรัฐฯ ที่ราคา US$3,499 (ประมาณ 126,000 บาท) ถือเป็นอุปสรรคหลักของการขยายฐานผู้ใช้ ในขณะที่ Smart Glasses ที่กำลังพัฒนาจะอยู่ในกรอบราคาที่เข้าถึงได้กว่ามาก
Apple Glasses รุ่นแรกไม่มีจอ มาปี 2027 — รุ่น Waveguides เลื่อนถึงปี 2029
โรดแมปฉบับแก้ไขของ Kuo ยังจัดวางกำหนดการของ Apple Glasses ไว้ชัดเจน
- Apple Glasses รุ่นที่ 1: เวอร์ชันไม่มีจอแสดงผล กำหนดเปิดตัวในปี 2027 เพื่อแข่งขันกับ Meta Ray-Ban เวอร์ชันไม่มีจอ
- รุ่นที่ใช้ optical waveguides: เลื่อนกำหนดออกไปเป็นปี 2029
การที่รุ่นไม่มีจอมาก่อนสะท้อนกลยุทธ์เดียวกับที่ Meta ใช้ในการเปิดตลาด Smart Glasses ส่วน AR Glasses เต็มรูปแบบที่ใช้ optical waveguides ถูกเลื่อนออกไปจากเป้าหมายเดิม สะท้อนถึงความยากของการย่อขนาดเทคโนโลยีจอภาพให้บรรจุในกรอบแว่นน้ำหนักเบา
รายละเอียด Project N50 และความเห็นที่ไม่ตรงกันของ Gurman
ในขณะที่ Kuo มองว่า Vision Pro รุ่นต่อไปถูกยุติ Mark Gurman จาก Bloomberg กลับรายงานว่า Apple Vision Pro 2 ยังอยู่ในขั้นทดสอบ แต่ตัวหมวดผลิตภัณฑ์อยู่ในสถานะ "on ice" หรือถูกพักไว้ ความเห็นของทั้งสองสำนักจึงไม่ตรงกันโดยสมบูรณ์
สำหรับ Apple Glasses ที่กำลังพัฒนา ตามรายงานใช้โค้ดเนม "Project N50" และถูกออกแบบให้เป็นอุปกรณ์เสริมที่ทำงานคู่กับ iPhone ผ่านการเชื่อมต่อแบบ tethering โดยมีสเปกหลักดังนี้
- กล้องความละเอียดสูง สำหรับถ่ายภาพ วิดีโอ และการแชร์ลงโซเชียลมีเดีย
- กล้องมุมกว้างความละเอียดต่ำ สำหรับตรวจจับท่าทางมือ (hand gestures) และส่งข้อมูลภาพให้ Siri
- ลำโพง ไมโครโฟน และระบบ Apple Intelligence ที่รวมอยู่ในตัวเครื่อง
- กรอบแว่นที่อยู่ระหว่างทดสอบทั้งหมด 4 รูปทรง
- ราคาคาดการณ์อยู่ในช่วง US$299–499 (ประมาณ 10,800–18,000 บาท)
ช่วงราคานี้ถือว่าน่าสนใจสำหรับผู้บริโภคไทย เพราะอยู่ในระดับเดียวกับสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงเรือธงรุ่นเล็ก ซึ่งต่างจาก Vision Pro ที่ปัจจุบันแทบไม่มีใครในไทยสามารถเข้าถึงได้
ภาพรวมตลาด Smart Glasses — Meta ครองส่วนแบ่ง 73%
ตลาดที่ Apple Glasses จะเข้าไปแข่งขันนั้น Meta นำหน้าไปไกลแล้ว ตามข้อมูลของ Counterpoint Technology Market Research ระบุว่า Meta จะมีส่วนแบ่งตลาด Smart Glasses ในปี 2026 ที่ 73% โดย EssilorLuxottica สามารถผลักดันยอดขาย Ray-Ban Meta ให้เติบโตขึ้น 3 เท่า และมียอดส่งมอบมากกว่า 7 ล้านเครื่องในปี 2025 ขณะที่ Meta Ray-Ban Display ราคา US$800 (ประมาณ 28,800 บาท) ต้องระงับการขยายตลาดต่างประเทศชั่วคราว เนื่องจาก "ความต้องการสูงเป็นประวัติการณ์และสินค้าขาดสต๊อก"
| แบรนด์ | สถานะหลัก |
|---|---|
| Meta Ray-Ban | ส่วนแบ่ง 73% ส่งมอบกว่า 7 ล้านเครื่องในปี 2025 |
| Rokid | ส่วนแบ่งทั่วโลก 3.9% เป็นอันดับ 1 ในจีน |
| XREAL | ลดราคา AR Glasses เหลือ US$449 (ประมาณ 16,200 บาท) |
| Amazon Echo Frame / HUAWEI Eyewear 2 | คู่แข่งหลักที่ทำตลาดอยู่แล้ว |
| Google AI Glasses | เตรียมเปิดตัวในอนาคต |
ราคาขาย Meta Ray-Ban อยู่ในช่วง US$299–379 (ประมาณ 10,800–13,700 บาท) ซึ่งซ้อนทับกับช่วงราคาคาดการณ์ของ Apple Glasses พอดี การแข่งขันโดยตรงจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบต่อผู้บริโภคไทย — ควรเฝ้าจับตาอย่างไร
Apple Vision Pro ไม่เคยวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ครอบครองอุปกรณ์นี้จึงต้องนำเข้าผ่านช่องทางส่วนตัว ดังนั้นการที่สายผลิตภัณฑ์ Vision Pro อาจถูกยุติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคไทยค่อนข้างจำกัด
ที่น่าจับตามากกว่าคือ Apple Glasses ที่จะมาในปี 2027 ด้วยช่วงราคาประมาณ 10,800–18,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคไทยกลุ่มกว้างสามารถเข้าถึงได้ หากเปิดตัวอย่างเป็นทางการผ่าน Studio7 หรือ iStudio ก็มีโอกาสจะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ Apple หมวดใหม่ที่ขายได้จริงในไทย ต่างจาก Vision Pro ที่อยู่ในระดับราคาสูงเกินกว่าผู้บริโภคทั่วไปจะพิจารณา ข้อมูลการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยยังไม่ได้รับการประกาศ ผู้ที่สนใจควรติดตามรายงานเพิ่มเติมและรอประกาศจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
