Meta ประกาศอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับ Ray-Ban Display สมาร์ทแว่นรุ่นท็อปที่มาพร้อมจอแสดงผล โดยเวอร์ชัน 125 นำฟีเจอร์ Neural Handwriting ออกจากช่วงทดสอบเบต้าสู่ผู้ใช้ทั่วไปอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิด Device Access Toolkit SDK ให้นักพัฒนาบุคคลที่สามสร้างแอปพลิเคชันบนแพลตฟอร์มนี้ได้เป็นครั้งแรก
Neural Handwriting คืออะไร และทำงานอย่างไร
Neural Handwriting คือระบบป้อนข้อมูลที่ให้ผู้ใช้ "เขียน" ตัวอักษรบนพื้นผิวใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะ ฝ่ามือ หรือแม้แต่ในอากาศ แล้วแว่นจะแปลงการเคลื่อนไหวนั้นเป็นข้อความโดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีนี้ขับเคลื่อนด้วย Neural Band อุปกรณ์เสริมที่มาพร้อมกับตัวแว่น ซึ่งใช้เทคโนโลยี sEMG (Surface Electromyography) หรือการอ่านสัญญาณไฟฟ้าจากกล้ามเนื้อผ่านผิวหนัง เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของนิ้วอย่างแม่นยำ
ฟีเจอร์นี้รองรับทั้ง iOS และ Android และสามารถใช้งานได้กับแอปพลิเคชันหลายตัว ได้แก่ Instagram, WhatsApp, Messenger รวมถึงการแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟน ครอบคลุมทั้งการค้นหารายชื่อผู้ติดต่อและการส่ง-รับข้อความ ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาการป้อนข้อมูลบนสมาร์ทแว่นที่ไม่ต้องพึ่งแป้นพิมพ์กายภาพหรือคำสั่งเสียงอีกต่อไป
ฟีเจอร์ใหม่อื่น ๆ ในอัปเดต 125
นอกเหนือจาก Neural Handwriting อัปเดตนี้ยังนำการปรับปรุงหลายด้านมาด้วย
- ระบบบันทึกวิดีโอจากจอแสดงผล: รวมภาพจากจอ Ray-Ban Display, มุมมองกล้อง POV และเสียงรอบข้างไว้ในไฟล์วิดีโอเดียว
- แผนที่และการนำทาง: ผลการค้นหาละเอียดขึ้น รองรับเส้นทางเดินเท้าในสหรัฐอเมริกาและเมืองสำคัญระดับนานาชาติ เช่น ลอนดอน ปารีส และโรม พร้อมบันทึกสถานที่บ้านและที่ทำงาน และระบบนำทางด้วยเสียง
- WhatsApp: รองรับการโทรวิดีโอแบบกลุ่มและคำบรรยายระหว่างการโทร
- Instagram: ปรับปรุงการนำทางใน Reels และ DM
- Facebook: เพิ่มวิดเจ็ตวันเกิดและกีฬา
ที่น่าสังเกตคือ เมืองที่รองรับฟีเจอร์แผนที่ในขณะนี้ยังเน้นไปที่ตลาดตะวันตกเป็นหลัก ยังไม่มีการยืนยันว่าเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงกรุงเทพฯ จะได้รับการรองรับในระยะนี้
เปิด SDK ให้นักพัฒนาบุคคลที่สาม — ก้าวสำคัญของแพลตฟอร์ม
จุดที่น่าจับตามองอีกประการหนึ่งของอัปเดตนี้คือการเปิด Device Access Toolkit SDK อย่างเป็นทางการสำหรับนักพัฒนาบุคคลที่สาม ซึ่งรองรับทั้ง iOS และ Android โดยนักพัฒนาสามารถเลือกได้สามแนวทาง ได้แก่ เพิ่มอินเทอร์เฟซสำหรับแว่นเข้าไปในแอปมือถือที่มีอยู่แล้ว, พัฒนาแอปใหม่เฉพาะสำหรับแว่น หรือสร้าง WebApp ที่ทำงานบนแว่นโดยตรง
ชุมชนนักพัฒนาเริ่มตอบรับอย่างรวดเร็ว โดยมีการค้นพบวิธีเล่นวิดีโอ YouTube บนแว่นแล้ว รวมถึงแอปต้นแบบในหมวดเครื่องมือการบิน, รายการช้อปปิ้ง, การนำทางในเมือง และเกม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของระบบนิเวศแอปพลิเคชันที่กำลังก่อตัวขึ้น
ราคาและความพร้อมจำหน่ายในไทย
Ray-Ban Display มีราคาอยู่ที่ $800 (ประมาณ 28,800 บาท) โดยรวม Neural Band มาในกล่องแล้ว ข้อมูลการวางจำหน่ายในไทยยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ ผู้ที่สนใจจะต้องติดตามช่องทางนำเข้าหรือสั่งซื้อจากต่างประเทศในระหว่างนี้
สำหรับผู้บริโภคในไทยที่กำลังพิจารณาซื้อ ควรตรวจสอบว่าแอปพลิเคชันที่ใช้งานประจำ เช่น LINE หรือแอปธนาคารไทย รองรับการทำงานร่วมกับแว่นหรือไม่ รวมถึงความครอบคลุมของแผนที่ในกรุงเทพฯ และเมืองอื่น ๆ ในไทย ซึ่งยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในอัปเดตถัดไป
